เทศกาลในฝัน

 

RETRO MUSIC FESTIVAL

งานเทศกาลดนตรีที่นำเอาบทเพลงเก่ามาร้องใหม่  โดยนักร้องเสียงคุณภาพอย่าง

Calories Blah Blah,  แก้ม  รุจ  The star,  Boy Peacemaker,  Aof  ปองศักดิ์

Da Endrophine,  ต้าร์  Mr.team,  เต้น  ไมค์ไอดอล,  โบ  สุนิตา 

และแขกรับเชิญพิเศษจากแกรมมี่อีกมากมาย

ในบรรยากาศแบบคุณพ่อคุณแม่ยังสาว  พร้อมกิจกรรมร่วมสนุกประกวดหนุ่มสาว  RETRO 

ชิงรางวัลพิเศษจากเหล่าศิลปินมากมาย

 

31  ธันวาคม  2552  Indoor Stadium  หัวหมาก

จองบัตรได้แล้ววันนี้ที่  Thaiticketmajor  ทุกสาขา

บัตรราคา  800,  1,000,  1,500,  2,500  บาท 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  www.thaiticketmajor.com 

 

 

หมายเหตุ  :  เทศกาลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในวิชา  CA4443

 

Comments (1) »

“คราม” เหมือนดั่งใจคนลึกเกินจะรู้

 

                     

                    “สีครามหมายความเหมือนใจมนุษย์ มันลึกเกินจะรู้”  เนื้อเพลงใหม่ของวงบอดี้แสลมมันช่างโดนใจเสียนี่กระไร  มันก็เป็นเหมือนสัจธรรมที่กล่าวว่า  ใจมนุษย์นั้นเกินคาดเดา  หากเราคิดว่าสิ่งนั้นดี   สิ่งนั้นงาม  แต่สุดท้ายสิ่งที่เราเห็นดีเห็นงามอาจเป็นแค่ภาพลวงตา  ไม่ได้ดีและงามอย่างที่เราเห็น

                    เหมือนอย่างที่เราเคยได้ยินในบทเรียนภาษาไทยที่เคยร่ำเคยเรียนมา  ของท่านสุนทรภู่

                    “แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์  
                            มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด  
                            ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด  
                            ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน.

                    บางทีการนั่งฟังเพลงเพลิน ๆ  อาจทำให้เราได้แง่คิดเกี่ยวกับชีวิตขึ้นมา  ทำให้เรารู้จักวางตัวใหม่  ปล่อยผ่านในเรื่องที่เคยผ่านเข้ามาทำให้เราเสียใจ  หรือผิดหวังในบางสิ่งบางอย่าง  และไม่คาดหวังสิ่งใด ๆ กับใคร  เพราะผลที่เราได้กลับมาอาจไม่เป็นอย่างที่เราหวัง  แล้วสุดท้ายความคาดหวังของเราก็อาจจะกลับมาทำร้ายเราให้เจ็บอย่างสาหัส

                    เมื่อไม่นานมานี้  ค่ายจีเอ็มเอ็ม  ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ได้ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ของวงโปรดของใครหลาย ๆ  คน  นั่นก็คือ  “วงบอดี้แสลม”  ที่หายหน้าหายตาไปเมื่อจบคอนเสิร์ทใหญ่  กลับมาอีกครั้งก็ไม่ผิดหวังกับเพลง  “คราม”  ที่มีเนื้อหาแฝงไว้ด้วยแง่คิดที่น่าสนใจ

                    “ลึกลงเท่าไรก็ยิ่งมืดมน ค้นไปเท่าไรก็ยิ่งสับสน ส่วนลึกในใจคน ใครจะรู้จริง“  เป็นความจริงที่สุด  ส่วนลึกในใจ  ใครจะรู้จริง

                  “สักวันถ้าคนที่เธอเคยไว้ใจ ถึงตอนสุดท้ายไม่เป็นอย่างฝัน มันไม่มีอะไรสวยงาม”  เป็นประโยคที่อยู่ในความเป็นจริงที่สุด  เป็นแง่คิดที่น่าคิดมากเลยทีเดียว

 

                    ฟังเพลงแล้วก็ทำให้คิดอะไรได้หลาย ๆ  อย่าง  ปัจจุบันทุกวันนี้ใจคนยิ่งลึกลับ  และสับสนมากขึ้นทุกที  ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป  อาจเป็นผลกระทบต่อจิตใจและความคิด  อาจทำให้คนระแวงกันมากขึ้น  แต่หากคิดกลับกัน  บางทีในสังคมอาจจะมีคนที่จริงใจอยู่  แต่หากเราไม่ลองสัมผัสด้วยความจริงใจ  คงไม่มีวันรู้จักกับความจริงใจ.

ป.ล.  ก่อนอ่านกรุณาฟังเพลง  หรือฟังไปด้วยอ่านไปด้วยเพื่อเพิ่มอารมณ์การรับรู้

Comments (1) »

เรื่องของ ‘พริก’

                    พริก  พูดถึงหลายคนคงต้องร้อง  “ซี้ด”  กับรสชาดความจัดจ้านของมัน  แต่ใครเลยจะรู้ว่า  “พริก”  นั้นมีประโยชน์ไม่แพ้ผักชนิดอื่น ๆ  เลย  หลายคนคงไม่ทราบว่าพริก  ช่วยเพิ่มความสุขให้เราได้  เพราะพริกจะช่วยเพิมสารเอ็นโดรฟีน  (ENDROPHINE)  ซึ่งสารเอ็นโดรฟีนนี้จะเป็นสารที่สมองหลั่งออกมาเมื่อเรามีความสุข  ลดความเจ็บปวด  บรรเทาหวัดคัดจมูก  และยังช่วยลดคอเรสตอรอลอีกด้วย

                    จากงานวิจัยของญี่ปุ่น  พบว่า  พริกช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกายและช่วยในการเผาผลาญ  มีประโยชน์เรื่องการควบคุมน้ำหนัก ขณะเดียวกันยังช่วยละลายเสมหะที่เหนียวข้นให้จางลง  ช่วยให้ขับเสมหะออกมาได้ง่าย สำหรับผู้ป่วยหอบหืด  พริกจะช่วยทำให้หลอดลมขยายตัวได้ดี  ไม่หดเกร็ง  ดังนั้นคนที่เป็นโรคภูมิแพ้  หรือหอบหืดกินพริกจะดีต่อร่างกาย
                    การกินพริก  ยังช่วยลดปริมาณสารที่ทำให้แก่  คือ  อินซูลิน  มีรายงานว่า  30  นาทีหลังกินพริก  อินซูลินจะไม่ขึ้นเลย  พออินซูลินไม่ขึ้น  ก็จะไม่ทำให้รู้สึกอยากหวาน  นอกจากนี้วิตามินซีในพริก  ยังช่วยต้านอนุมูลอิสระ  ลดความเสี่ยง  ในการเกิดโรคมะเร็ง จากผลการวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  พบว่า  พริกยังช่วยในการสลายลิ่มเลือดด้วย นอกจากการบริโภคแล้ว  พริกยังถูกนำมาทำเป็นเจล  ใช้ทารักษาผิวหนังอักเสบ  แก้ปวดข้อ  ปวดเมื่อยตามตัว  เข่าอักเสบ  เริม  หรืองูสวัด

                    ส่วนความเชื่อที่ว่าการกินพริกมาก ๆ  หรือ  รับประทานอาหารรสเผ็ดจัด  จะทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหารนั้น  นพ.กฤษดา บอกว่าสารในพริกมีฤทธิ์เป็นกรดก็จริง  แต่พริก  ไม่ได้ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหาร  ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหาร  น่าจะมาจากการกินอาหารมัน ๆ  มากกว่า  เช่น  ข้าวขาหมู  กว่าจะย่อยต้องใช้เวลา  2-3 ชม.  ทำให้เกิดกรดในกระเพาะอาหาร แต่การกินอาหารเผ็ดจัด อาจทำให้เกิดอาการ เหมือนคนเป็นโรคกระเพาะอาหาร เพราะสารในพริกซึ่งเป็นกรด จะไปทำให้หลอดอาหารหดเกร็ง ทำให้รู้สึกจุกแน่นลิ้นปี่   กรณีที่กินอาหารเผ็ดมาก ๆ วิธีแก้  คือ ต้องกินอาหารที่มัน ๆ  เพราะสารแคปไซซิน  จะละลายได้ดีในไขมัน  แต่ละลายในน้ำได้เพียงเล็กน้อย  การดื่มน้ำเย็นจะไม่ช่วยทำให้หายเผ็ด  ถ้าจะแก้เผ็ดต้องดื่มนม  หรือ  ไอศกรีม  ทั้งนี้  ถือเป็นภูมิปัญญาของคนไทยที่ใช้ความมันจากกะทิมาดับเผ็ด เห็นได้จากการทำแกงเขียวหวาน หรือแกงต่าง  ๆ ที่ใส่กะทิ

                    พริกมีประโยชน์หลากหลาย  เช่น  ช่วยเผาผลาญ  ช่วยขยายหลอดลม  ช่วยบรรเทาอาการหวัด  คัดจมูก  บรรเทาอาการเจ็บปวดต่าง ๆ  แต่นอกจากประโยชน์ของพริก  บางที  พริกอาจจะให้โทษแก่ร่างกายหากทานมากเกินไป  หรือผู้ที่เป็นโรคกะเพาะอาหารอยู่แล้วควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดจัดด้วยนะจ๊ะ  เนื่องจากพริกเป็นกรดอยู่แล้ว  กรดจากพริกอาจไปกัดแผลในกะเพาะอาหาร  อาจทำให้เป็นแผลเรื้อรังไปอีก  ยังไงจะกินอะไร  หรือทานอะไรต้องใส่ใจ  แล้วดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอด้วยนะจ๊ะ  ^^

ขอขอบคุณเนื้อหาจาก  :  http://blog.eduzones.com/flukylovely/12784

 

         

Comments (4) »

“เด็กแว้น” ปัญหาที่ต้องแก้จากตัวบุคคล

                            

                        หลายคนคงเอือมระอากับเสียงมอเตอร์ไซค์ที่ส่งเสียงดังในยามค่ำคืน บางคนอาจต้องเจอกับมารยาทแย่ ๆ บนท้องถนนของกลุ่มที่สังคมตั้งชื่อเรียกกว่า “เด็กแว้น” เนื่องจากสร้างความรำคาญแก่ชาวบ้านที่กำลังนอนหลับพักผ่อนแล้ว เด็กกลุ่มนี้ยังสร้างความรำคาญใจให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนอีก ด้วยมารยาทสุดแย่ในการขับรถมอเตอร์ไซค์ เสียงเครื่องยนต์ที่ดัดแปลงให้มีความดังส่งเสียงก้องทั่วบริเวณ อีกทั้งยังทำตัวไม่แคร์สื่อ มีเด็กหญิงนุ่งสั้นซ้อนท้ายด้วยอาการแนบชิดสนิทเนื้อแบบเนื้อชนเนื้อ นอกจากสร้างความรำคาญใจแล้ว ยังสร้างความรำคาญลูกตาแก่บุคคลทั่วไป

                          เด็กแว้นมีอยู่ทุกจังหวัด แต่ละจังหวัดมักอวดความสามารถในการปิดถนนแข่งรถ เพื่อให้ปรากฏอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ หรือสื่อโทรทัศน์ เพื่อประกาศศักดาว่าข้าเหนือ โดยที่ไม่รู้ตนเองว่าสิ่งที่ทำมันผิดกฎหมาย และดูโง่เขลาในสายตาประชาชนทั่วประเทศ จะมียกย่องก็แต่พวกเดียวกันเอง ปัญหานี้หลายคนถกเถียงว่าควรแก้จากครอบครัว ถึงขนาดมีกฎหมายให้เอาผิดกับพ่อแม่ด้วย แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้ปัญหานี้หมดไป ปัญหาดังกล่าวควรจะแก้ที่ตัวบุคคลมากกว่า แก้ที่ตัวผู้กระทำผิด โดยลงโทษให้หลาบจำ จะเอาผิดพ่อแม่ไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะถ้าหากเด็กพวกนี้เชื่อฟังพ่อและแม่ ปัญหาการซิ่งรถตอนกลางคืนคงไม่เกิดขึ้นจนกลายเป็นปัญหาสังคมอยู่ทุกวันนี้

 

                         หนทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้น่าจะลงที่ตัวผู้กระทำผิดมากกว่าที่จะไปเริ่มต้นแก้กันที่การอบรมเลี้ยงดูของครอบครัว  หรือสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่   อย่างเช่น  ให้ผู้กระทำผิดบำเพ็ญประโยชน์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้  หรือเป็นอาสาสมัครในการจับกุมกลุ่มเด็กแว้นที่นัดแข่ง  และปิดถนน  หรือการทำตัวเป็นสาธารณะประโยชน์ต่าง ๆ  ที่เป็นการตอบแทนต่อสังคมในทางสร้างสรรค์เป็นต้น  การแข่งรถมอเตอร์ไซค์ในตอนกลางคืนเป็นค่านิยมที่ผิดของวัยรุ่น  โดยพวกเขาคิดว่าใครสามารถขี่ได้เร็วที่สุด  หรือขับขีได้หวาดเสียว  ท้าความตาย  อย่างเช่น  การยืนขี่  การนอนราบไปกับตัวรถในขณะที่รถกำลังวิ่งด้วยความเร็วคือผู้ชนะ เป็นที่หนึ่งในกลุ่ม ได้เงิน  และผู้หญิงเป็นการตอบแทน หากไม่ได้รับการปลูกฝังที่ดี ต่อไปจะเป็นปัญหาสังคมที่แก้ยากในอนาคต

คอมเม้นกดข้างบนนะจ๊ะ

ถ้ากดข้างล่างจะเป็นเม้นให้เรื่องเก่า

Comments (12) »

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.